More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  www • iGoyz • comPhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

11/7/2007

คลิ๊กๆๆ

ตามไปอ่านกันที่นี่นะค๊า

 

www.igoyz.com

6/4/2007

ความรัก...กับ....ความรู้สึกดีๆ

บ่อยครั้งเคยสงสัยว่า
ทำไมเราถึงเลือกที่จะบอก..รัก..คนหนึ่ง
ในขณะที่อีกคนกับบอกแค่ว่า..รู้สึกดีๆ..
.......................................................
ใครคนหนึ่ง...เคยบอกไว้ว่า
ความรู้สึกดีๆ มันมีอณูที่เล็กกว่า ความรัก
มันสามารถแทรกซึมผ่านช่องว่างของหัวใจ.
.....เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายได้............

มันคล้ายกับ เมล็ดพันธุ์เล็กๆของ ความรัก
รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้แสงแดดที่พอเหมาะ
เอาใจใส่ ดูแล ทะนุถนอม สักวันเมล็ดพันธุ์นั้น
..จะเติบใหญ่กลายเป็น"ต้นไม้แห่งความรัก"..

มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าชอบแต่ไม่ใช่รัก
และมีแนวโน้มว่าจะพัฒนาต่อไป.................

............................................................
ในขณะเดียวกัน....
เรารักใครหนึ่งคนอยู่แล้ว แต่กับรู้สึกดีๆกับใครอีกหลายคน
นั่นคืออะไร?

เพราะ...โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ...
คนหนึ่งคนไม่สามารถเป็น และให้ทุกอย่างๆที่เราต้องการได้
คนที่รัก อาจไม่ใช่คนๆเดียวที่เข้าใจเรา
คนที่รัก อาจไม่ใช่คนๆเดียวที่ใส่ใจเรา
คนที่รัก อาจไม่ใช่คนๆเดียวที่เชื่อใจเรา

เมื่อมีใครมาเข้าใจ ใส่ใจ เชื่อใจ มีหรือจะไม่รู้สึกดี
หัวใจก็ย่อมไหวเอน... เชื่อเถอะว่าเป็นทุกคน....
...............ถ้าไม่โกหกตัวเอง.......................

ความรู้สึกดีๆ...อาจเกิดขึ้นกับใครบางคนในช่วงระยะใด
เวลาหนึ่ง อิ่มใจ สุขใจ ประทับใจ อยู่ใกล้แล้วมีความสุข

ในขณะที่ความรัก....เกิดจากความผูกพันทางใจ สุข ทุกข์
เราร่วมรับรู้ ไม่ใช่แค่ระยะเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น
....................................................................................
ในเมื่อโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ...เราเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ
จงยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของกันและกัน..

ความรู้สึกดีๆ อาจเกิดขึ้นกับใคร ตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้
แต่ความรัก...มันเกิดจากกระบวนการซับซ้อนของหัวใจ
ต้องใช้เวลาในการถักทอ สายใยเบาบางนั้นขึ้นมา..

มันอาจเป็นความรู้สึกพิเศษๆละม้ายคล้ายกัน
แต่ ในเชิงความหมายแตกต่างแน่นอน

** นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทความที่ไปอ่านเจอมา แล้วรู้สึกว่า....

มันอธิบายความรู้สึกที่เป็นตัวเองในเวลานี้ได้ดีที่เดียว

4/20/2007

10th Anniversary

16 เมษยน 2540 - 16 เมษายน 2550 แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นเวลา 10 ปีแล้ว

 
ที่ฉันได้คบและทำความรู้จักกับผู้ชายคนนึง

 
ที่แตกต่างกับฉันโดยสิ้นเชิง ชนิดที่เรียกได้ว่า " คนละขั้ว " เลยก็ว่าได้
 
igoyz

 
เขา...ชอบอยู่บ้าน       ฉัน...ชอบไปเที่ยว
เขา...ชอบนอนดูทีวี     ฉัน...ชอบสังสรรค์กับเพื่อน
เขา...ไม่กินผัก          ฉัน...ชอบกินผัก
เขา...ดื่มน้ำเปล่า        ฉัน...ดื่มน้ำอัดลม
เขา...นั่งเล่นเกมส์       ฉัน...นั่งเล่น msn
เขา...ตื่นสาย            ฉัน...ตื่นเช้า
 

แม้ว่าฉันและเขา จะมีนิสัยและรสนิยมที่ต่างกัน

 
แต่เราต่างก็ยอมที่จะปรับตัวเข้าหากัน

 
จนบ้างครั้งฉันเองก็สับสนรู้สึกว่า...ฉันไม่เป็นตัวเอง
 

มีหลายครั้ง ที่ใครหลายคนอิจฉาในความรักของฉัน

 
ผู้คนเหล่านั้นจะรู้บ้างมั๊ยนะ ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น

 
ฉันและเขาต้องจะเจอกับอะไรมาบ้าง ต้องทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วน

 
ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากเราสองคน

 
หรือแม้กระทั่งปัญหาที่เกิดขึ้นจากบุคคลรอบข้าง

 
ล้วนแต่ผ่านเข้ามาเพื่อสั่นคลอน ความรักของเราสองคน

 
และก็มีหลายครั้ง ที่ทำให้ความรักของเราเกือบต้องจบลง
 
 
ไม่ง่ายเลยนะ กว่าจะผ่านพ้นมันไปได้ จนมีวันนี้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ
 

" ฉันรักเธอ " และ " เธอรักฉัน "   และ   " เรารักกัน "   ตลอดไป
 
igoyz
 
 
 
ความแตกต่างของ “คนสองคน”
 
แต่ละคนเติบโตมาจากที่แตกต่าง . . .
ยิ่งมาอยู่ใกล้กันมาก . . .
ก็ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างกัน ของ "คน" สอง "คน"
 
อาจมีหลายครั้ง . . . ที่เรารู้สึกขัดใจ
ที่อีกคน ทำอย่างนั้น . . . อย่างนี้
หรือ พูดจาอะไร ที่เราไม่ค่อยพอใจ
 
แต่ด้วยความรักที่มีอยู่ และหวาดกลัวว่า . . .
หากพูด หรือ ทำอะไรออกไปแล้ว . . . จะเกิดการกระทบกระทั่ง
หรือทำให้เสียความรู้สึกกันไปเปล่า ๆ
จึงเก็บความอึดอัดใจ ไว้ ดีกว่า
 
 
จนเผลอลืมไปว่า . . . ความรู้สึกที่ไม่ได้รับการผ่อนคลายนั้น
จะถูกทับถม สะสมให้สูงขึ้น . . .
เป็นความขุ่นเคือง ในอารมณ์ อยู่เสมอ
และอาจถึงจุดที่ ไม่อาจทนได้ในสักวัน
 
การคบหาใครสักคนอย่างจริงจังนั้น
เราต้องไม่ลืมไปว่า . . .
คนๆ นั้น คือคนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน . . . ตลอดไป
 
อย่าให้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อดทน ขนาดนั้นเลย
กล้าที่จะพูดในแง่ดี . . . แง่เสีย
เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้รับรู้ และปรับตัวเข้าหากัน
เพื่อถนอมรักไว้ให้อยู่ด้วยกันนาน . . . นาน
 
เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย...
หากจะเก็บความรู้สึก เพื่อที่จะรักกันให้มากๆ ในวันนี้
แต่ไม่เคยยอมรับอะไรกันได้ และมีแต่ให้ความรักน้อยลงในวันต่อไป
 
อย่า . . . ปล่อยให้ความขุ่นเคืองใจเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่
กับแค่คน สองคน ที่ไม่ได้คุยกัน
กล้าที่จะพูดคุยกัน ให้เข้าใจ
และให้ทุกความคลางแคลงใจ จบลง . . . ที่ตรงนั้นจะดีกว่า จริงไหม
 
 
igoyz
 
 
การที่เรารักใครสักคน

การที่เรารักใครสักคน . . . ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่า ทำไมเราจึงรักเขา
แต่ให้รู้ว่า . . . ทุกวันนี้เรารัก และต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ
 
การที่เรารักใครสักคน . . . ไม่ต้องสนว่ามีอุปสรรคมากมายเท่าใด
แต่ควรจะนึกขอบคุณโชคชะตา ที่สร้างให้มีอุปสรรค . . .
เพื่อให้เราได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
 
การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องเสียเวลาคิด ว่าเค้าทำอะไรเพื่อเราบ้าง
แต่ควรถามตัวเองว่า . . . วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักหรือยัง
 
การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องไประแวงว่าเค้าจะมีคนอื่นนอกเหนือจากเรา
แต่ควรระวังใจของเราเอง . . . ที่จะไปรับคนอื่น เข้ามาแทนที่เค้า
 
การที่เรารักใครสักคน...คำว่า "แพ้" หรือ "ชนะ" ไม่สำคัญ
สิ่งที่สำคัญคือ เราจะประคองความรัก ไปด้วยกันได้อย่างไร
 
การที่เรารักใครสักคน...ไม่ใช่การสัมผัสเพียงกาย
แต่เป็นหัวใจของเราต่างหาก ที่แนบชิดกัน
 
การที่เรารักใครสักคน...ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งของนอกกายใดๆ
เพราะความรักไม่สามารถซื้อ หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สินเงินทอง
 
การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องคอยนับว่า เค้ามีข้อเสียมากมายแค่ไหน
เพราะความรักจะช่วยทำให้เรารู้จักอภัย . . .
และมองข้ามข้อบกพร่องนั้นไปได้
 
การที่เรารักใครสักคน...อาจทำให้เราตาบอด จนมองไม่เห็นความจริงบางอย่าง
แต่ก็ทำให้เราได้เข้าใจว่า . . .
ความสุขจากการได้รักใครสักคนนั้น. . . ยิ่งใหญ่แค่ไหน
 
เพราะ "ความรัก" เป็นบทเรียนดีๆ
ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ . . . ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยใจ
 
igoyz
4/5/2007

มันเป็นอะไรที่ฝังใจ


เรื่องราวในอดีต ที่ฉันพยามจะลบ แต่ก็ทำไม่ได้

ผ่านมาก็หลายปีแล้วนะ แต่ทำไมเรื่องบางเรื่อง ไม่ได้หายไปตามกาลเวลา

เรื่องบางเรื่องของคนบางคน ที่ยังคงอยู่ในส่วนลึกภายในใจของฉัน

ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม มันก็ไม่เคยเลือนหายไป แต่กลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมนะ...ฟ้าถึงได้เลือกให้ผู้ชายคนนึง ยังคงอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดเวลา

ทำไมนะ...ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะทำอะไร สำหรับฉันแล้วบอกได้คำเดียวว่า " ใช่ "

ใช่...ใช่... ไม่ว่าเขาคนนั้นจะทำอะไร ก็ใช่ รู้สึกโดนใจฉันไปหมดทุกอย่าง

และใช่ ที่เขาเป็นผู้ชาย ที่ผู้หญิงหลายๆคนต้องการ แม้กระทั่งตัวฉันเอง

แต่ตอนนี้เราต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ถึงแม้บางครั้งฉันจะรู้สึกว่า
ฉันไม่สามารถสบตาเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจได้

เขาเองก็คงเช่นกัน แต่เหตุผลคงต่างกัน

 
จงอย่าระแวงในความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอ

ซึ่งเธอเองรู้อยู่แก่ใจว่าฉันรู้สึกเช่นไร

และที่สำคัญเธอเองก็รู้ว่า.....

ฉัน คือคนเดียวที่เธอไว้ใจและเชื่อใจมากที่สุด
 

* * * * * * * * * *
 
ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี

คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา

แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"

…………………………………………………………….

คนที่รักเรา.......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

แต่เขา.....กลับมองเราอย่างใส่ใจ

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

คนที่รักเรา......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า......"เขารักเรา"
3/2/2007

คนนิสัยเสีย

ผิดอีกแล้ว ทุกครั้งที่เจอ

ไม่เคยจะทำ ให้เธอได้พอใจ

ก็ไม่เคยรู้ ว่าเพราะอะไรที่ทำไป

ต้องผิดมันทุกที
 
 เหนื่อยใจจริงๆ

ไม่ดีเลยสักอย่าง ยิ่งทำก็ยิ่งขัดใจ
 
 ถ้าหากว่ารักกัน มันยากขนาดนี้ ก็จบกันไป

จะดีกว่าไหมเธออย่าฝืนเลย ไม่ต้องมาสนใจ

ไม่ต้องมาทนเสียเวลาอยู่ กับคนนิสัยเสียเลยเธอ

แค่อยากให้รู้ ฉันเต็มทีแล้ว ก็ได้เท่านี้ไม่รักไม่เป็นไร

ถ้าอยู่กับฉัน แล้วเธอหนักใจ ฉันก็ยอมให้ไปถ้าต้องการ
 
-------------------------------------------------------------------------------

 

ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะพูดอะไรก็ผิดทุกที ต่อไปก็จะไม่พูดอีกแล้ว

www.igoyz.com


2/13/2007

เหนื่อย คำเดียวสั้นๆ

ทำไมนะ ช่วงนี้ถึงรู้สึกว่า ตัวเองช่างเหนื่อยล้า เหลือเกิน

อยากหยุดพัก อยู่นิ่ง ไม่อยากเคลื่อนไหว

เฮ้อ....เหนื่อย...ทำไมฉันถึงรู้สึกเหนื่อยล้าได้ถึงเพียงนี้...
1/18/2007

จะได้เจอกันอีกมั๊ย

" จะได้เจอกันอีกมั๊ย " 

นี่คือ คำถามแรก ที่ผุดออกจากสมองของฉัน

เมื่อรับรู้ได้ว่าจะต้องเสียมันไปแล้ว

เจ้าน้องหมาตัวน้อยที่ฉันคอยฟูมฟัก เลี้ยงดูเป็นอย่างดี

ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำดีๆ

ถึงเจ้าน้องหมาดัมโบ้ จะซนจนเกินพิกัด จะเห่าเสียงดัง

จะกัดทำลายข้าวของเสียหาย หรือแม้แต่จะกัดโทรศัพท์มือถือพัง

ฉันก็ไม่เคยเลยที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

 

ฉันซื้อน้องหมามาเลี้ยง ตั้งแต่น้องหมาอายุได้เพียงเดือนครึ่ง

จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อหรอกนะ

ตอนแรกที่เห็นน้องหมา น้องหมาตัวเล็กนิดเดียวเอง

นอนอยู่ในฝ่ามือของฉันได้เลย

ตอนนั้น น้อหมาดูแล้วซึมๆ ไม่ร่าเริง เหมือนกำลังไม่สบาย

แต่พอส่งน้องหมาคืนเจ้าของร้านเท่านั้นแหละ

น้องหมา ไม่ยอมกลับ เดินไต่มือฉันใหญ่เลย

ฉันกับพี่โบท ก็เลยยอมซื้อ น้องหมา มาเลี้ยง

ตอนกลางวันก็จะเอาน้องหมามาเลี้ยงที่ออฟฟิศพี่โบท

พี่โบทเอาผ้าขนหนูปูในกล่องขนม แล้วให้น้องหมานอนในกล่องขนม

แล้วก็วางไว้บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ บางครั้งก็ให้น้องหมานอนบนตัก

ครั้งแรก ที่น้องหมาเริ่มเดิน ก็ล้มไม่เป็นท่าเลย เดินเซๆ

เดินได้ 2-3 ก้าว ก็ล้ม เห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้

พอตกกลางคืน ก็เอาน้องหมากลับมานอนกับฉันที่บ้าน

คืนแรก ฉันนอนทับน้องหมาด้วย ฮ่าๆๆๆ

ดีนะ น้องหมา ไม่ตาย ก็แค่ปางตาย ขาดอากาศหายใจชั่วขณะ

ฉันกับน้องหมา เรานอนด้วยกัน

เตียงเดียวกัน หมอนเดียวกัน ผ้าห่มผืนเดียวกัน

 น้องหมา มีท่านอนประจำอยู่ 3 ท่า

 

ท่าแรก  น้องหมาจะนอนหงายท้อง เอาเท้าชี้ฟ้า

ช่วง 2-3 เดือนแรก จะนอนท่านี้แทบทุกคืนเลย

 

ท่าที่2  น้องหมาจะนอน หันหลังชนกับฉัน

ฉันจะต้องแบ่งที่นอนครึ่งนึงให้น้องหมา

ซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลยนะ ฉันตัวใหญ่กว่าน้องหมาอีก

แต่มีพื้นที่ในการนอนเท่ากับน้องหมา ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่าฉันมาก

 

ท่าที่ 3  น้องหมาจะมานอนบนหน้าผากของฉัน

ลองนึกภาพดูเวลาที่ไม่สบาย แล้วต้องเอาผ้าขนหนูชุบน้ำ

มาวางไว้บนหน้าผากเพื่อระบายความร้อน

คืนแรก ฉันตกใจสะดุ้ง เลย แต่พอคืนหลังๆก็เริ่มชิน

 

เมื่อน้องหมาเริ่มโตขึ้น ก็เริ่มจะเรียกร้องมากขึ้น

ไม่ใช่แค่แบ่งเตียงนอนแล้ว ต้องแบ่งหมอนอีก

หมาหรืออะไรเนี่ย จะนอนทั้งทีก็ต้องนอนหนุนหมอนด้วย

ทั้งๆที่ น้องหมาก็มีที่นอน เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยจะยอมนอนเลย

แม้แต่ผ้าห่ม ของฉันก็ไม่เว้น น้องหมาก็มาขอแบ่งอีก

 

ครั้งนึงน้องหมาซนมาก ฉันเลยต่อว่าน้องหมา

น้องหมาคงงอน เลยฉี่ใส่ที่นอนเลย จะโมโหก็โมโหนะ แต่ก็อดขำไม่ได้

 

มีอยู่คืนนึงฉันง่วงนอนมาก แต่น้องหมายังไม่ง่วง

ฉันก็เลยนอนคลุมโปงซะ น้องหมาก็ขุดๆๆๆ เข้ามานอนด้วย

 

ครั้งนึงฉันไม่สบาย มีไข้ตัวร้อน ก่อนที่ฉันจะนอน

ฉันก็บอกน้องหมาวไว้ว่า...คืนนี้ไม่กวน ไม่ซนนะ

พี่ก้อยไม่สบายรู้ไม๊ น้องหมาอย่าดื้อนะ....

เชื่อมั๊ยว่า...ตลอดทั้งคืนนั้น น้องหมา ไม่ได้นอนเลย

น้องหมา นั่งอยู่ข้างๆฉัน ตลอดทั้งคืนไม่ได้ นอน

พอฉันรู้สึกตัวนิดนึง น้องหมาก็จะหันหน้ามาดูว่าฉันตื่นแล้วเหรอ

พอเห็นฉันหลับตาลง น้องหมาก็หันหน้ากลับไป

 

ฉันมีไข้สูงมากในคืนนั้น จนนอนร้องไห้

น้องหมาก็จะคอยเลียน้ำตาของฉัน จนแห้ง

ความทรงจำดีๆ แบบนี้ ฉันจะไม่มีวันลืมมันเลย

บ่อยครั้งเวลาที่ฉันอาบน้ำ น้องหมาก็จะมานอนรออยู่ในห้องน้ำด้วย

ถึงแม้ว่าน้องหมาจะไม่ชอบน้ำซักเท่าไหร่

 

เพราะมันคนเดียว มันเป็นคนบ้า มันเป็นคนไม่ดี

มาว่าน้องหมา มันไปฟ้องแม่ ว่าน้องหมาเห่าเสียงดัง

เป็นหมาก็ต้องเห่าซิ ไม่เห่าได้ไง

 

ทุกคนแถวบ้านฉันรักน้องหมากันหมด

ใครๆก็รู้จักน้องหมากันทั้งนั้น น้องหมาน่ารัก

มีแต่ไอบ้านั้นคนเดียว เพราะมันคนเดียว

เลยทำให้ฉันต้องหาเจ้าของคนใหม่ให้น้องหมา

 

เมื่อถึงวันที่จะต้องพาน้องหมาไปหาเจ้างของใหม่

ฉันร้องไห้แทบบ้า ร้องไห้ใหญ่เลย

คอยแต่คิดว่า เค้าจะรักน้องหมาเมหือนที่ฉันรักใหม่

เค้าจะดูแลน้องหมาฉันดีเท่าฉันรึป่าว

เค้าจะทนเวลาน้องหมาซน ได้เท่าที่ฉันทนได้รึเปล่า

ฉันต้องร้องไห้อยู้ 2 วัน 2 คืน เห็นอะไรก็นึกถึงแต่น้องหมาไปหมด

จนพี่โบททนไม่ได้ ที่เห็นฉันอยู่ในสภาพแบบนั้น

จนในที่สุดก็ไปขอน้องหมากลับคืนมา

แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการหาที่อยู่ให้น้องหมา

พี่โบทเลยเอาน้องหมาไปอยู่ที่บ้านชั่วคราวแค่ 2 วัน

เพราะแม่พี่โบทสั่งห้ามไม่ให้เลี้ยงหมาอีก

 

พี่โบทจึงตัดสินใจเอาน้องหมาไปเลี้ยงที่ร้าน

ใจนึงก็อยากให้น้องหมาไปอยู่ที่ร้าน เพราะนั่นหมายความว่า

ฉันจะได้เจอกับน้องหมาอีก จะได้ยินเสียงของน้องหมาอีก

แต่อีกใจนึงก็เกรงใจพี่ๆคนอื่นที่ร้าน

เพราะๆพี่ๆก็คงจะเกรงใจ ไม่กล้าพูดที่จะบอกปฏิเสธ

แต่ด้วยความซนของน้องหมา ไม่ว่าจะเห่า

หรือคอยกัดข้าวของ ของพี่ๆที่ร้าน จนเสียหายไปหลายอย่าง

วันนี้ฉันจึงต้องตัดใจ ที่จะต้องหาเจ้าของคนใหม่ ให้น้องหมาอีกครั้ง

 

วันนี้ เป็นวันสึดท้ายที่ฉันจะได้เจอน้องหมาแล้วเหรอ

เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้ยินเสียงน้องหมาเห่าเรียกแล้วเหรอ

เป็นวันสุดท้ายแล้วเหรอ ที่ฉันจะได้จูงน้องหมา

ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ กับการสูญเสียครั้งนี้

ฉันจะต้องใช้เวลาอีกซักเท่าไหร่ ถึงจะคลายความเศร้าครั้งนี้ไปได้

 

ครั้งนึง ฉันเคยมองว่า  คนที่เลี้ยงหมาเหมือนเลี้ยงลูก

เหมือนที่แนเลี้ยงเจ้าดัมโบ้ จอมซน เป็นเรื่องตลก ไร้สาระ

จนวันนี้ ฉันถึงได้รู้ซึ้งถึงความสัมพันธ์ ของสัตว์เลี้ยว์ กับผู้เป็นเจ้าของ

แล้วว่า ความผูกพันธ์ มันมีมากมายแค่ไหน

และรู้อีกว่า เมื่อต้องสูญเสียมันไป เจ็บปวดแค่ไหน

 

*** รูปถ่ายน้องหมาดัมโบ้ ตอนอายุ 3 เดือน เศษ ***

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*** ฝากถึงน้องหมาดัมโบ้ จอมซน ***

อย่าซนรู้มั๊ย ทำตัวน่ารักๆ เจ้าของใหม่ เค้าจะได้เอ็นดู

อย่ากินมากนะ เดี๋ยวอ้วน แล้วไม่หล่อ นะ

พี่ก้อย กะ พี่โบท รักน้องหมา มากนะ

แต่วิธีนี้ คงจะดีที่สุดแล้ว สำหรับน้องหมาดัมโบ้นะ

พี่ก้อย กะ พี่โบท หวังว่า ซักวันนึงจะได้เจอกับน้องหมา อีกนะ

รักน้องหมาเสมอและตลอดไปนะ จะไม่มีวันลืมน้องหมาเลย



 

12/24/2006

เรื่อยเปื่อย

ช่วงนี้มีแต่เรื่องวุ่นๆผ่านเข้ามา ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที

จึงอยากปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง กองทิ้งไว้ข้างหลัง

แล้วตัวฉันเองก็เดินหน้าต่อไป

แต่ฉันจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร

ในเมื่อตัวฉันเองไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหน

วุ่นวาย...สับสน... มันคือคำตอบเดียวที่อธิบายตัวฉันได้ดี ณ เวลานี้

ฉันคงต้องใช้เวลาอีกซักเท่าไหร่...ถึงจะหาคำตอบให้ตัวเองได้

ช่วงนี้ ก็ขอใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปก่อนล่ะกัน

ค่อยว่ากันใหม่ เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ในปีหน้าที่กำลังใกล้เข้ามา

5/31/2006

จะเอางัยดีกะชีวิต

เฮ้อ....ช่วงนี้เราเป็นอะไรไปนี่ ถอนหายใจบ่อยจัง

คงจะเป็นเพราะ เหนื่อย...กับการทำงาน และก็เพลีย...เพราะไม่ค่อยสบาย

เฮ้อ... เหนื่อยๆๆๆ

ถึงตอนนี้จะเหนื่อย ล้า แต่ก็ยังไหวอยู่

ตอนนี้ก็มีเรื่องนึงที่เข้ามาทำให้ต้องสับสน

ไม่รู้จะเอางัยดีกับชีวิต ยังคิดไม่ได้ซะทีว่าจะทำอย่างไร

จะอยู่ หรือจะไป จะไปแล้วจะกลับมาอีกมั๊ย หรือจะไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย

เคยรับปากแม่ว่าจะไปเรียนที่ usa จนแล้ว จนรอดก็ไม่ยอมไป

และยังเคยรับปากแม่ไว้อีกว่า เรียนจบแล้ว จะไปทำงานที่ usa

ก็แค่ไปช่วยงานดูแลกิจการร้านอาหารของน้า

ใจนึงก็อยากไปนะ จะได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย

แต่อีกใจก็นะ ไม่อยากไปเลย เหตุผลก็คือ...พี่โบท
 
ตอนแรกก็กะว่าจะไปสิ้นปีนี้ ไปอยู่ซัก 2 ปี แล้วค่อยกลับมา

แต่หลังจากที่ได้คุยกะพี่โบทสงสัยจะเหลือแค่ 2เดือน -*-

เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้รับรู้ความรู้สึกของพี่โบทที่มีต่อเรา

ได้ยินแล้วก็อึ้งไปเหมือนกัน จนทำให้ตัวเราเองเริ่มหวั่นไหว

เพราะปกติเรื่องของเรากะพี่โบทมันเหมือนเป็นความลับที่ไม่เคยเปิดเผย

ไม่เคยจะได้พูดถึง ต้องเก็บไว้เงียบๆ เก็บไว้ลึกๆ จนเหมือนมันไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย

ตอนนี้เลยยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะเอายังไง

แต่เดี๋ยวอีก 2 เดือนน้าก็จะกลับมาเมืองไทยแล้ว

นับวันก็ยิ่งรู้สึกกลัว กลัวว่าน้าจะมารับเราไปอยู่ด้วยเลย

กลัวจริงๆนะ  เพราะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป ตัวเราเองยังทำใจไม่ได้

ถ้าจะต้องไปถายใน 2 เดือนนี้ ต่อให้ต้องไปสิ้นปี หรือเมื่อไหร่ก็ตาม

เราเองก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี มันไมได้แค่ไกล แต่มันไกลมากๆ

จะเอาไงดี ฉันควรจะตัดสินใจยังไง ??
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
 
 
บางครั้งการค้นหาบางสิ่งบางอย่างในแต่ละก้าวของชีวิต

บ้างก็มีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา

ความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเกิดจาก

ความรู้สึกลึกๆที่อยู่ข้างใน

ซึ่งเราไม่สามาถรที่จะบอกได้ว่ามันเกิดขึ้นได้

เมื่อไหร่ ยังไง และ ช่วงเวลาไหน
 
โดยบางทีเราเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ว่าเราได้ก้าวไปหามันแล้ว............

สิ่งที่เราไม่สามารถตอบตัวเองได้

แต่รับรู้แค่ว่ามันมีสิ่งกระตุ้นบางอย่างที่อยู่ในใจลึกๆ

ที่สั่งให้เราก้าวไปหาเพื่อให้เราได้มีรอยยิ้ม ได้รู้สึกดี

และหลายสิ่งหลายอย่างในมุมของคนบางคน
 
โดยที่ในแต่ละก้าวบางครั้งอาจจะมีสมหวังและผิดหวัง

ซึ่งคนบางคนก็พร้อมที่จะรับถึงแม้ว่ามันจะต้องมีน้ำตา

แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะอธิบาย หรือ หาเหตุผล

ได้ว่า มันเพราะอะไร แต่รับรู้แค่ว่า

สิ่งที่ได้รู้สึก มันมีความสุขและสิ่งดีๆหลายอย่าง

ซึ่งไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า........
 
การได้รักใครบางคน นั้นจะมากหรือน้อย

มันตีค่าไม่ได้แต่รู้ได้แค่ว่าความรู้สึกที่มีความสุขกับการได้รักใครสักคนที่เราค้นหา.........

เพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป
 
5/14/2006

สัปดาห์ที่ 2

พรุ่งนี้ เริ่มต้นกับสัปดาห์ที่ 2 ของการทำงาน
 
มันจะเปงยังไงบ้างน้อ
 
เราจะต้องเจอกับอุปสรรคอะไรบ้างรึป่าว
 
แต่อุปสรรคอย่างแรกเลยก็คือ
 
เข้างาน 8 โมงเช้า...โอ้ว..แทบบ้าเลยนะเนี่ย
 
อะไรจะเช้าขนาดนั้น แต่ก็ดีอย่างนึง
 
เลิกงานตรงเวลา 5 โมงปุ๊บเลิกปั๊บ
 
ก็ดีไปอีกแบบแหะ ใช่ว่าการทำงานนอกเวลา...
 
จะหมายความว่าคุณเปงคนเอาการเอางาน...
 
อีกนัยหนึ่งก็คือ คุณทำงานไม่มีประสิทธฺภาพ
 
ไม่สามารถทำงานได้ทันภายในเวลาทำงาน
 
มีอยู่เรื่องนึง...ที่เกิดขึ้นอย่างประหลาด นั่นคือ..
 
ตั้งแต่ทำงาน ตื่นเช้าเปงหิว พอเที่ยงก็หิว
 
เลิกงานก็โคตรหิว อะไรกันเนี่ย..
 
ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นแบบนี้นี่หว่า...
 
อยู่ทั้งวันไม่กินอะไรยังได้
 
ไม่ก็กว่าจะหิวก็เย็นๆ
 
เด่วนี้ซิ กินวันละ 3 มื้อ เลย
 
มีหวังอ้วนเปงหมู แน่ ๆ เลย
 
หรือตอนนี้มานเปงอยู่แล้วหว่า